Share with:

FacebookTwitterGoogleTumblrPinterest


AHA คำนี้เชื่อว่าสาวๆหลายคนคงคุ้นหูเป็นอย่างดี ซึ่งคำว่า AHA ย่อมาจากคำว่า Alpha Hydroxy Acid

หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า “กรดผลไม้” แต่จะว่าไปแล้ว AHA นี้ไม่ใช่ของใหม่เลยนะคะ แต่ความจริงแล้วคนสมัยก่อนเขาจะนิยมเอาผลไม้
บางชนิด เช่น แตงกวา สตรอเบอร์รี่ แอปเปิ้ล ฯลฯ มาฝานบางๆ แล้ววางบนผิวหน้าทำให้หน้าดูสดใสเปล่งปลั่ง ในผลไม้เหล่านี้มีสารชนิดหนึ่ง
ที่เชื่อว่าสามารถทำให้ผิวดูสดใสขึ้นได้นั่นก็คือ สาร AHA นั่นเอง
แต่ในบางครั้งได้พบว่าในผลไม้บางอย่างมีสารที่อาจจะทำให้ระคายเคืองต่อผิวหนังได้ ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีการสกัดสาร AHA มาใช้โดยตรง
เพื่อความสะดวกในการใช้และลดปัญหาเรื่องการระคายเคืองต่อผิว

ดังนั้น AHA ที่มีอยู่ในผลไม้หลายชนิดไม่ว่าจะเป็น องุ่น แอปเปิ้ล อ้อย หรือแม้แต่นมเปรี้ยวเอง AHA มีโมเลกุลเล็กและเชื่อว่าสามารถแทรกซึม
ลงสู่ชั้นผิวได้ง่ายที่สุดคือ Giycolic Acid ซึ่ง AHA นี้จะไปมีผลลดเซลส์ในชั้นบนของหนังกำพร้า หรือผิวชั้นนอก
ซึ่งเป็นเซลส์ที่ตายแล้วเกิดมีการทับถมกันอยู่ ให้หลุดออกไปได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันก็สามารถกระตุ้นให้สร้างเซลส์ผิวหนังใหม่ๆ ที่แข็งแรงกว่ามาแทนที่เช่นเดียวกัน
AHA ความเข้มข้นที่พอเหมาะจะสามารถกระตุ้นให้สร้างสารในขั้นหนังแท้ได้ โดยรวมแล้วผลที่ได้จากสาร AHA นี้คือ ทำให้ผิวดูสดใสขึ้น ริ้วรอยตื้นขึ้น
จึงนิยามนำมาใช้ในวงการแพทย์เราใช้ AHA ในความเข้มข้นที่สูง เพื่อทำการรักษาโรคผิวหนังบางอย่าง เช่น หูด ติ่งเนื้อ เป็นต้น โดยในปัจจุบันได้มีการ
นำเอาสาร AHA ในความเข้มข้นที่ต่ำๆ มาผสมในเครื่องสำอางหลายชนิด ดังนั้นอะไรที่มีคุณมักจะต้องมีโทษเช่นเดียวกัน ใช่ว่าสาร AHA จะมีผลดีเสมอไป
แต่หากนำมาใช้มากเกินไปหรือผสมมากเกินไป ผลลบที่ได้คือ ผิวหนังบางคนบอบบาง หากใช้สาร AHA มากเกินไปทำให้เกิดอาการแพ้ ผิวหนังอาจจะอักเสบได้
บวมแดง เป็นผื่นคันได้ ดังนั้นการใช้สาร AHA ที่ดีที่สุดควรได้รับการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนังก่อนนำมาใช้จะดีมากๆค่ะ

CR:นพ มิตร เลิศรัตนชัยกุล เล่าไว้ในนิตยสาร ใกล้หมอฉบับมกราคม ๒๕๔๑

ใส่ความเห็น